ความกลัวที่แท้จริงไม่ใช่การล้ม แต่คือการล้มแล้วนอนอยู่คนเดียวโดยไม่มีใครรู้เป็นชั่วโมง โดยเฉพาะเมื่อท่านอยู่บ้านลำพังตอนกลางวัน เครื่องแจ้งเตือนการล้มตรวจจับการล้มอัตโนมัติแล้วส่งข้อความหรือโทรหาลูกทันที บางรุ่นมีปุ่ม SOS กดเรียกได้เอง นี่คืออุปกรณ์ที่ให้ท่านอยู่บ้านตัวเองได้อย่างอิสระ ในขณะที่ลูกก็รู้ว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นจะได้รับแจ้งภายในไม่กี่วินาที
| รุ่น | ราคาเริ่มต้น | คะแนน | จุดเด่นที่ควรดู | |
|---|---|---|---|---|
| นาฬิกาแจ้งเตือนการล้มอัตโนมัติ FallAlert Watch Xiaomi | ฿2,490 | 4.6 | แบตเตอรี่ ใช้งาน 5–7 วัน / ชาร์จ | ดูรุ่นนี้ |
| เซ็นเซอร์ตรวจจับการล้มในห้อง CareSense Home Aqara | ฿1,900 | 4.1 | การตรวจจับ เรดาร์ตรวจจับการล้ม (ไม่ใช้กล้อง) | ดูรุ่นนี้ |
| จี้ SOS ขอความช่วยเหลือ 4G พร้อม GPS Medical Guardian | ฿2,900 | 4.6 | แบตเตอรี่ อยู่ได้ 3–4 วันต่อการชาร์จ | ดูรุ่นนี้ |
ราคาเป็นราคาเริ่มต้นโดยประมาณจากร้านปลายทาง อาจเปลี่ยนแปลงได้ · ลิงก์เป็นลิงก์พันธมิตร
คำตอบจากมุมคนที่ต้องเลือกของให้พ่อแม่จริง ไม่ใช่สเปกลอย ๆ
เทคโนโลยีตรวจจับการล้มดีขึ้นมากแล้ว แต่ยังมีโอกาสเตือนพลาดหรือพลาดบ้าง เช่นตอนท่านนั่งลงแรง ๆ จึงควรเลือกรุ่นที่ยังมีปุ่มกดเรียกเองด้วย และตั้งค่าให้มีเวลายกเลิกสัก 30 วินาทีก่อนส่งแจ้งเตือนจริง จะลดสัญญาณหลอกได้มาก
มีทั้งสองแบบ รุ่นที่แจ้งผ่านแอปในมือถือลูกมักไม่มีค่ารายเดือน ส่วนรุ่นที่เชื่อมศูนย์รับแจ้งเหตุ 24 ชั่วโมงจะมีค่าบริการรายเดือน เลือกตามว่าที่บ้านมีคนรับสายได้ตลอดหรือไม่
ถ้าท่านยอมใส่ติดตัว นาฬิกาหรือสร้อยคอที่มี SOS ดีที่สุดเพราะไปกับท่านทุกที่รวมถึงในห้องน้ำ แต่ถ้าท่านไม่ชอบใส่อะไร เซนเซอร์เรดาร์ติดผนังในห้องนอนหรือห้องน้ำก็ตรวจจับการล้มได้โดยท่านไม่ต้องพกอะไรเลย
การล้มคือสาเหตุอันดับหนึ่งของการบาดเจ็บในผู้สูงวัย และส่วนใหญ่เกิดในบ้านเอง มาดู 5 จุดเสี่ยงที่ควรจัดการก่อน พร้อมอุปกรณ์ที่ช่วยได้
อ่านต่อ
ราวจับมีทั้งแบบยึดสกรูและแบบสุญญากาศไม่ต้องเจาะ แต่ละแบบเหมาะกับสถานการณ์ต่างกัน มาดูข้อดีข้อเสียก่อนตัดสินใจ
อ่านต่อ
แม่อยู่บ้านคนเดียวตอนกลางวัน กลัวลื่นล้มในห้องน้ำแล้วไม่มีใครรู้ คู่มือนี้เทียบปุ่มฉุกเฉิน นาฬิกาตรวจจับการล้ม และเซนเซอร์ในบ้าน ว่าแบบไหนเหมาะกับใคร
อ่านต่อเราสรุปของที่คัดแล้วและดีลที่เจอ ส่งให้ลูก ๆ ที่ดูแลพ่อแม่ ไม่สแปม