Xiaomi Watch S4 คือรุ่นถัดจาก Watch S3 ที่เราลงไว้แล้วในเว็บนี้ ตัวเรือนขนาดใกล้เคียงกัน (47.3 มม. เทียบกับ 47 มม.) แบตเตอรี่ความจุเท่ากันที่ 486mAh และใช้งานทั่วไปได้ 15 วันเหมือนกัน คนที่ใส่ S3 อยู่แล้วจึงจะรู้สึกว่าเป็นนาฬิกาเรือนเดิม สิ่งที่หน้าสเปกของทั้งสองรุ่นระบุไว้ให้เทียบกันได้ตรง ๆ แล้วต่างกันจริง มีสองข้อ คือ Bluetooth 5.3 แทน 5.2 และระบบที่รองรับขยับจาก iOS 12.0 ขึ้นไปเป็น iOS 14.0 ขึ้นไป ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งเป็นเรื่องที่หน้า S4 ระบุไว้แต่หน้า S3 ไม่ได้ระบุ เราจึงบอกไม่ได้ว่าเป็นของใหม่หรือแค่เขียนละเอียดกว่า ได้แก่ ระบบปฏิบัติการ Xiaomi HyperOS 2 การชาร์จ 5 นาทีใช้ได้ 2 วัน ความสว่างจอ (S4 ระบุ HBM 1500 นิต สูงสุด 2200 นิต) และจำนวนไมโครโฟน (S4 ระบุ 2 ตัว ส่วน S3 ระบุแค่ว่า “รองรับ”) ส่วนเรื่อง GNSS ไม่ได้ต่างกัน เพราะหน้าทางการของทั้ง S3 และ S4 ต่างระบุว่าเป็นแบบสองความถี่ L1+L5 ห้าระบบเหมือนกัน นอกจากนี้ Xiaomi ใช้คำว่า “อัปเกรด” กับเม็ดมะยมหมุนได้ของรุ่นนี้
เรื่องที่ต้องพูดก่อนเรื่องอื่น เพราะเป็นเหตุผลเดียวที่ S3 ได้อยู่ในเว็บนี้: การตรวจจับการล้ม หน้าผลิตภัณฑ์ทางการของ S3 มีหัวข้อ “ความช่วยเหลือฉุกเฉิน” แยกไว้ต่างหาก และเขียนไว้ตรง ๆ ว่านาฬิกาจะโทรหาผู้ติดต่อฉุกเฉินอัตโนมัติและส่ง SMS ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุหกล้ม ฝั่ง S4 หน้าผลิตภัณฑ์ทั้งฉบับไทยและฉบับ global มีหัวข้อ “การตรวจจับการล้มเพื่อความปลอดภัย” อยู่เหมือนกัน แต่เนื้อความใต้หัวข้อนั้นเขียนถึงเฉพาะการเล่นสกี คือ “ตอนนี้รองรับการตรวจจับการล้มขณะเล่นสกี หากไม่มีการตอบสนองภายใน 60 วินาที ระบบจะโทรหาผู้ติดต่อฉุกเฉินของคุณโดยอัตโนมัติ” และหัวข้อนี้ถูกวางคู่กับ “โหมดเล่นสกีระดับมืออาชีพ” ในสไลด์เดียวกัน คนที่ไล่อ่านหน้าขายเร็ว ๆ จึงเข้าใจได้ง่ายว่ารุ่นนี้เหลือแต่การตรวจจับการล้มตอนเล่นสกี
แต่ถ้าอ่านต่อจนถึงเชิงอรรถท้ายหน้าเดียวกัน จะเจอข้อความที่ไม่ได้พูดถึงสกีเลย คือ Xiaomi ระบุว่าเมื่อผู้ใช้สวมนาฬิกาอยู่และนาฬิกาตรวจพบการล้ม การเตือนจะขึ้นหลังจากผู้ใช้ไม่ขยับครบ 20 วินาที และนาฬิกาจะเริ่มโทรฉุกเฉินถ้าไม่มีการตอบสนองภายใน 60 วินาทีหลังเตือน พร้อมเขียนกำกับว่านาฬิกาอาจตรวจจับไม่ได้ทุกครั้ง เอกสาร FAQ ทางการของ Xiaomi สำหรับ Watch S4 ยืนยันซ้ำอีกชั้นและบอกวิธีเปิดไว้ด้วย คือรุ่นนี้มี Emergency SOS ที่ตั้งผู้ติดต่อฉุกเฉินได้ กดปุ่มเปิดปิด 3 ครั้งติดกันเพื่อโทรหาผู้ติดต่อฉุกเฉินได้ และมีการตรวจจับการล้มแบบทั่วไปที่เปิดจาก Mi Fitness > [Device] > [Emergency SOS] > [Fall detection] ด้วยลำดับ 20 วินาที/60 วินาทีเหมือน S3 สรุปคือฟังก์ชันยังมีอยู่ครบ แค่หน้าขายไม่ได้ชูไว้เป็นหัวข้อของตัวเองเหมือนรุ่นก่อน และสิ่งที่ S3 มีแล้ว S4 ไม่มีเอกสารรองรับเลยคือ “บัตรข้อมูลทางการแพทย์ฉุกเฉิน” ที่จะแสดงขึ้นหน้าจอเองเมื่อเกิดการล้ม เราไม่เขียนว่ารุ่นนี้มี เพราะ Xiaomi ไม่ได้เขียนไว้ที่ไหน
แล้วควรเปลี่ยนจาก S3 เป็น S4 ไหม — คำตอบของเราคือไม่ควร ถ้าเรือนเดิมยังใช้ได้ปกติ เพราะสิ่งที่ครอบครัวซื้อนาฬิกาแบบนี้มาใช้จริง ๆ คือการล้มแล้วมีคนรู้ ซึ่งจุดนั้นดีขึ้นไม่ได้เลยจาก S3 (ลำดับการทำงานเหมือนเดิมทุกวินาที) และยังมีข้อที่แย่ลงคือบัตรข้อมูลการแพทย์ที่หายไปจากเอกสาร ส่วนของที่เปลี่ยนไปจริง — บลูทูธใหม่กว่า และการชาร์จเร็วกับตัวเลขความสว่างจอที่ S4 ระบุไว้แต่ S3 ไม่ได้ระบุ — ไม่ได้ช่วยเรื่องการล้มในบ้านเลย ราคาก็ไม่ได้ต่างกันในทางที่ช่วยตัดสินใจ: ตอนที่เราตรวจ S3 อยู่ที่ 4,890 บาท และ S4 อยู่ที่ 4,990 บาท บนร้านค้าทางการเดียวกัน
ถ้าเป็นคนที่ยังไม่มีทั้งสองเรือนและกำลังจะซื้อใหม่ S4 มีเหตุผลให้เลือกอยู่บ้าง เพราะเป็นรุ่นที่ Xiaomi ทำตลาดอยู่ตอนนี้ จึงน่าจะได้รับอัปเดตซอฟต์แวร์ยาวกว่า แต่ขอให้ทำสองอย่างก่อนพึ่งพามัน หนึ่งคือเปิดแอป Mi Fitness แล้วยืนยันด้วยตาว่าเมนู Emergency SOS และ Fall detection ขึ้นจริงบนเครื่องที่ซื้อมา สองคือทดสอบว่าโทรออกหาผู้ติดต่อฉุกเฉินได้จริง อย่ารอทดสอบตอนล้มจริง
ใครควรข้ามรุ่นนี้ไป — บ้านที่ท่านมักออกจากบ้านโดยไม่พกมือถือ เพราะรุ่นนี้ไม่มีช่องใส่ซิม การโทรทั้งหมดวิ่งผ่านมือถือที่จับคู่ไว้ · บ้านที่ใช้มือถือยี่ห้ออื่นที่ไม่ใช่ Xiaomi และหวังพึ่ง SMS แจ้งญาติ เพราะ Xiaomi ระบุเองว่าข้อความจะไม่ถูกส่งเนื่องจากข้อจำกัดของระบบ · บ้านที่ต้องการ “กดแล้วมีเจ้าหน้าที่รับสาย 24 ชั่วโมง” เพราะนาฬิกาเรือนนี้โทรหาเบอร์ที่ตั้งไว้เท่านั้น ถ้าลูกติดประชุมหรือหลับก็ไม่มีใครรับ · และท่านที่ข้อมือเล็ก เพราะตัวเรือน 47.3 มม. หนัก 44.5 กรัม ควรลองสวมก่อน (Xiaomi มีรุ่น Xiaomi Watch S4 41mm ขายแยกเป็นคนละรุ่น หน้าผลิตภัณฑ์ทางการของรุ่นนั้นระบุ Emergency SOS แบบกดปุ่มล่าง 3 ครั้ง และมีหัวข้อ “การตรวจจับการล้มเพื่อความปลอดภัย” ที่เขียนถึงการเล่นสกีเหมือนกัน แต่สเปกด้านอื่นไม่เหมือนกัน และเรายังไม่ได้ตรวจสองเรื่องของรุ่นนั้น คือมีการตรวจจับการล้มแบบทั่วไปหรือไม่ และราคาไทย)
สุดท้ายเป็นคำของ Xiaomi เอง และเป็นข้อที่เราย้ำทุกครั้งกับอุปกรณ์กลุ่มนี้: ผลิตภัณฑ์นี้และฟีเจอร์ของมันไม่ได้ออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ ไม่ได้มีไว้ทำนาย วินิจฉัย ป้องกัน หรือรักษาโรค และนาฬิกาอาจไม่สามารถตรวจจับการล้มได้ทุกครั้ง นี่คืออุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้มีคนรู้เมื่อเกิดเรื่อง ไม่ใช่หลักประกันว่าจะมีคนรู้ทุกครั้ง
| ตรวจจับการล้ม (ทั่วไป) | เชิงอรรถหน้าผลิตภัณฑ์ + FAQ ของ Xiaomi ระบุตรงกัน: เปิดที่ Mi Fitness > [Device] > [Emergency SOS] > [Fall detection] · เตือนเมื่อไม่ขยับราว 20 วินาที แล้วโทรขอความช่วยเหลือเองถ้าไม่ตอบสนองใน 60 วินาที |
|---|---|
| ตรวจจับการล้มขณะเล่นสกี | หน้าผลิตภัณฑ์ระบุแยกไว้ ต้องเปิดในหน้าตั้งค่าความปลอดภัยของโหมดสกี · เลือกได้ว่าจะโทรหาผู้ติดต่อฉุกเฉินหรือลานสกีที่อยู่ใกล้ |
| ขอความช่วยเหลือเอง | กดปุ่มเปิดปิด 3 ครั้งติดกัน เพื่อโทรหาผู้ติดต่อฉุกเฉิน (ต้องเชื่อมต่อแอป Mi Fitness) |
| หน้าจอ | AMOLED 1.43 นิ้ว 466×466 พิกเซล 326 PPI · รีเฟรช 60 Hz |
| ความสว่าง | HBM 1500 นิต · สูงสุด 2200 นิต |
| แบตเตอรี่ | 486mAh — ใช้งานทั่วไป 15 วัน / กับมือถือ iOS 14.5 วัน / เปิดจอตลอดเวลา (AOD) 5 วัน ตามเงื่อนไขทดสอบของ Xiaomi · ชาร์จ 5 นาที ใช้ได้ 2 วัน · ชาร์จเต็มราว 60 นาที |
| กันน้ำ | 5ATM (ห้ามอาบน้ำอุ่น เข้าซาวน่า หรือดำน้ำ) |
| ระบุตำแหน่ง | GNSS สองความถี่ L1+L5 · GPS, Galileo, Glonass, BeiDou, QZSS |
| เสียง | ลำโพง: รองรับ (Xiaomi ไม่ได้ระบุจำนวน) · ไมโครโฟน 2 ตัว · รับสายผ่านบลูทูธของมือถือได้ (ยังไม่รองรับสายจากแอปของบุคคลที่สาม) |
| การเชื่อมต่อ | Bluetooth 5.3 (ไม่มีช่องใส่ซิม) · NFC (ความพร้อมใช้งานต่างกันตามภูมิภาค) |
| ระบบปฏิบัติการ | Xiaomi HyperOS 2 |
| ระบบที่รองรับ | Android 8.0 ขึ้นไป หรือ iOS 14.0 ขึ้นไป ผ่านแอป Mi Fitness |
| ขนาดและน้ำหนัก | 47.3 × 47.3 × 12.0 มม. · ราว 44.5 กรัม (ไม่รวมสายในกล่อง) · สายปรับได้ 140–210 มม. (รุ่นสี Rainbow 135–210 มม.) |
| วัสดุ | ตัวเรือนอะลูมิเนียมอัลลอย · สายฟลูออโรรับเบอร์ (สี Rainbow มีสายไนลอนด้วย) · FAQ ของ Xiaomi ระบุเพิ่มว่าขอบจอเป็นสแตนเลสและกระจกเป็น Panda Glass |
| เซ็นเซอร์ | วัดอัตราการเต้นหัวใจพร้อมออกซิเจนในเลือด, ตัววัดความเร่ง, ไจโรสโคป, วัดแสงรอบตัว, เข็มทิศอิเล็กทรอนิกส์, บารอมิเตอร์, เซ็นเซอร์ฮอลล์ |
| พอร์ตชาร์จ | แท่นชาร์จแม่เหล็กแบบ 2 พิน |