สรุปโดยทีมงาน

Presence Sensor FP2 คือเซนเซอร์เรดาร์คลื่นมิลลิเมตรของ Aqara ที่ตรวจจับได้ว่ามีคนอยู่ในห้อง กำลังนั่ง ยืน นอน หรือล้มลง โดยไม่ต้องให้ผู้สูงวัยสวมหรือพกอะไรเลย และเพราะมันใช้เรดาร์ไม่ใช่กล้อง จึงไม่มีภาพในห้องนอนหรือหน้าห้องน้ำให้ต้องกังวล ซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่หลายบ้านเลือกทางนี้แทนการติดกล้อง

เรื่องที่ต้องเข้าใจให้ตรงกันก่อนซื้อ คือ โหมดตรวจจับการล้มกับโหมดแบ่งโซนไม่ใช่โหมดเดียวกัน Aqara ระบุเองว่าการตรวจจับการล้มต้องติดบนเพดาน และเมื่อเปิดโหมดนี้แล้ว ฟีเจอร์อื่นส่วนใหญ่ของ FP2 รวมถึงการแบ่งโซนและการตรวจจับการมีอยู่จะใช้ไม่ได้ ส่วนตัวเลข 40 ตารางเมตรกับ 30 โซนที่เห็นในโฆษณา เป็นความสามารถของโหมดแบ่งโซนที่ต้องติดผนัง ไม่ใช่ขอบเขตของโหมดล้ม คู่มือระบุว่าเมื่อติดเพดานที่ความสูง 2.8 เมตร โหมดล้มจะครอบคลุมรัศมีราว 2 เมตรเท่านั้น จึงควรวางแผนตำแหน่งจากจุดที่ท่านมีโอกาสล้มจริง เช่น ข้างเตียงหรือหน้าห้องน้ำ

ข้อจำกัดด้านความปลอดภัยที่เราคิดว่าต้องบอกให้ครบ เป็นคำของ Aqara เอง คู่มือของรุ่นนี้เขียนไว้ในหัวข้อคำเตือนว่า ผลการตรวจจับการล้มเป็นเพียงข้อมูลอ้างอิง ผลิตภัณฑ์นี้ไม่สามารถแทนอุปกรณ์ทางการแพทย์ได้ อาจไม่รู้จักการล้มแบบช้า ๆ หรือการค่อย ๆ ไถลลงตามผนัง และวัตถุที่ตกหรือสั่นเร็ว ๆ อาจทำให้แจ้งเตือนผิดพลาดได้ หน้าผลิตภัณฑ์เองก็ระบุว่าเซนเซอร์นี้ใช้เพื่อการแจ้งเตือนเท่านั้น แปลว่ามันเป็น “ตัวช่วยให้รู้เร็วขึ้น” ไม่ใช่ระบบที่รับประกันว่าจะจับได้ทุกครั้ง ถ้าท่านเสี่ยงล้มรุนแรง ควรมีทางขอความช่วยเหลืออย่างอื่นควบคู่ไปด้วย

ข้อดีเชิงติดตั้งคือ FP2 ต่อ Wi-Fi 2.4GHz ได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องซื้อฮับแยกเหมือนเซนเซอร์ Zigbee รุ่นอื่นของ Aqara และตัวเครื่องได้ IPX5 จึงใช้ในห้องที่มีความชื้นได้ แต่ผู้ผลิตกำกับไว้ว่าอะแดปเตอร์และเต้ารับต้องกันน้ำด้วย ข้อแลกเปลี่ยนคือมันเป็นอุปกรณ์เสียบไฟตลอดเวลา ไม่มีแบตในตัว ไฟดับเมื่อไหร่ก็หยุดทำงานเมื่อนั้น

คุณสมบัติเด่น

ข้อดี

  • ตรวจจับได้โดยที่ท่านไม่ต้องสวมนาฬิกาหรือพกปุ่มใด ๆ เหมาะกับผู้สูงวัยที่ไม่ยอมใส่อุปกรณ์ติดตัว
  • ใช้เรดาร์คลื่นมิลลิเมตร ไม่ใช่กล้อง จึงไม่มีภาพในห้องให้ต้องกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว
  • ต่อ Wi-Fi 2.4GHz ได้เอง ไม่ต้องซื้อฮับ Aqara แยก (ต่างจากเซนเซอร์ Zigbee รุ่นอื่นของแบรนด์)
  • ตัวเครื่องได้มาตรฐาน IPX5 ผู้ผลิตระบุว่าใช้ในห้องที่มีความชื้นได้ แต่ต้องใช้อะแดปเตอร์และเต้ารับที่กันน้ำด้วย
  • แบ่งโซนในห้องได้ถึง 30 โซน ตั้งอัตโนมัติแบบ 'ลุกจากเตียงตอนตี 2 แล้วเปิดไฟทางเดิน' ได้

ควรพิจารณา

  • Aqara เขียนเตือนไว้ในคู่มือเองว่า ผลการตรวจจับการล้ม 'เป็นเพียงข้อมูลอ้างอิง' ใช้แทนอุปกรณ์การแพทย์ไม่ได้ และอาจไม่รู้จักการล้มแบบช้า ๆ หรือค่อย ๆ ไถลลงตามผนัง
  • หน้าผลิตภัณฑ์ของ Aqara ระบุว่าเซนเซอร์นี้ไม่ใช่อุปกรณ์ทางการแพทย์ และใช้เพื่อการแจ้งเตือนเท่านั้น จึงไม่ควรเป็นระบบเดียวที่ดูแลผู้ที่เสี่ยงล้มรุนแรง
  • โหมดตรวจจับการล้มต้องติดเพดานเท่านั้น ติดผนังใช้โหมดนี้ไม่ได้ และเมื่อเปิดโหมดล้ม ฟีเจอร์อื่นส่วนใหญ่ของ FP2 รวมถึงการแบ่งโซนและการตรวจจับการมีอยู่จะใช้ไม่ได้
  • โหมดล้มครอบคลุมรัศมีราว 2 เมตรเมื่อติดที่ความสูง 2.8 เมตร ไม่ใช่ทั้งห้อง 40 ตร.ม. ตามตัวเลขที่ใช้โฆษณาการตรวจจับโซน
  • ต้องเสียบไฟตลอดเวลา ไม่มีแบตเตอรี่สำรองในตัว ไฟดับหรือสายหลุดคือไม่มีการแจ้งเตือน
  • คู่มือระบุเองว่าถ้าตั้งความไวสูงขึ้นจะจับการล้มได้หลายรูปแบบขึ้น แต่จะแจ้งเตือนผิดพลาดบ่อยขึ้นด้วย เช่น การค่อย ๆ นั่งลงถูกตีความว่าล้ม
  • รองรับ Wi-Fi ย่าน 2.4GHz เท่านั้น และคู่มือระบุว่าไม่รองรับ Wi-Fi องค์กรแบบ WPA/WPA2 Enterprise

สเปกโดยย่อ

รุ่นRTCZCGQ12LM
วิธีตรวจจับเรดาร์คลื่นมิลลิเมตร (mmWave) — ไม่ใช้กล้อง ไม่บันทึกภาพ
พื้นที่ครอบคลุมห้องขนาดไม่เกิน 40 ตร.ม. แบ่งได้ถึง 30 โซน (ต้องติดผนัง)
ระยะตรวจจับโซนแนวรัศมี 8 ม. ความกว้าง 6 ม. มุม 120° (นอกมุม 120° เป็นจุดอับ)
โหมดตรวจจับการล้มต้องติดเพดาน — ที่ความสูงติดตั้ง 2.8 ม. ครอบคลุมรัศมีราว 2 ม.
ตรวจจับพร้อมกันสูงสุด 5 คน (Aqara ระบุว่าได้ผลดีที่สุดเมื่อไม่เกิน 3 คน)
การเชื่อมต่อWi-Fi IEEE 802.11 b/g/n 2.4GHz โดยตรง + Bluetooth 4.2 — ไม่ต้องใช้ฮับ
พลังงานเสียบไฟตลอดเวลาผ่านสาย USB-C (ไม่มีแบตเตอรี่ในตัว)
มาตรฐานกันน้ำIPX5
รองรับระบบAqara Home, Apple Home, Alexa, Google Home, IFTTT
การรับประกันในไทย1 ปี บริการหลังการขายโดย CHALAAD ผู้จัดจำหน่ายทางการ